เทคนิคการถ่ายรูป, เทคนิคแต่งรูป

LR3 – Camera Calibration

หลังจากที่เราได้ทำความรู้จักกับโมดูล Library ใน Adobe Photoshop Lightroom3 ไปแล้วจากวีดีโอ Lightroom 3 – Library คราวนี้เราทำเริ่มใช้งานโมดูล Develop กันต่อเลยนะครับ โดยผมจะอธิบายทีละขั้นตอนตามแบบที่ผมใช้ในการทำงานครับ

ขอให้มีความสุขกับการถ่ายภาพนะครับ

แจ๊ค

แนะนำ/ติชม

comments

Powered by Facebook Comments

4 Comments to “LR3 – Camera Calibration”

  1. ตามมาเรียนแล้วค่า ทีนี้มีปัญหาคือ
    1.คือเห็นว่าเวลาโหลดจากกล้องเข้าเครื่องจะมีไฟชือ่เดียวกันแต่อันนึงคือไฟรอว์ อีกอันคือ เจเป็คก็ยังงงๆว่า ไฟล์ที่ต้องเปิดขึ้นมาตกแต่งภาพนี่คือไฟล์ไหนค ฟังดูเหมือนต้องใช้รอว์ ถ้าใช้เจเป็คตกแต่งคุณภาพจะแย่กว่าขนาดไหนคะ
    2. ทั้งโฟโต้ชอป บริดจ์กับ ไลท์รูปที่บ้านเปิดไฟล์ รอว์ไม่ได้ค่ะ เป็นเพราะอะไรแล้วทำไงดีคะ ตอนนี้เริ่มถ่ายรอว์แล้ว แต่ก่อนนี้ถ่ายเจเป็คแล้วเข้าตกแต่งในโฟโตชอปค่ะ ออ้ เจนใช้ แคนนอน 550ดีค่ะ
    อัพเดทเรื่องที่คุณแจ็คแนะนำทางทำมาหากินให้ สาธุ.. ก็ลองไปถามโรงเรียนมาแล้ว ปรากฏว่าเขาไม่ใช้รูปถ่ายนักเรียนแล้วค่ะ เขามีกล้องอยู่ทุกเคาท์เตอร์ของชมรม ไม่ว่าจะทำบัตรอะไรก็ถ่ายรูปลงคอมพิมบัตรกันตรงนั้นเลย เลยอดเลยเรา ก็ต้องไปหากินเอาทางถ่ายรูปสวยงามแล้วล่ะค่ะ ถ่ายติดบัตรไม่มีใครเอาแล้ว
    ที่นี่ดีสุดก็ถ่ายรูปแต่งงาน เจนก็ไม่มีสุนทรีทางนี้น่ะ ของอย่างนี้มันต้องใจรักนะ ก็คิดว่าจะถ่ายรูปสวยงามอยู่ในสตูนี่แหละ แต่ตอนนี้ขอฝึกให้เก่งก่อนค่อยว่ากัน

    • ตอบทีละข้อเลยนะครับ

      ข้อ 1 แสดงว่าคุณเจนตั้งค่าในกล้องให้ถ่ายรูปเป็นสองฟอร์แมต คือ Raw และ jpg เวลา Lightroom โหลดรูปเข้ามาก็จะเอามาทั้งหมด เลยเห็นเป็นสองรูป ลองไปตั้งค่าที่ตัวกล้องใหม่เป็นถ่าย Raw แบบเดียวนะครับ เพราะถ่ายมาสองฟอร์แมตมันเปลืองพื่้นที่ครับ

      ส่วนเรื่องการแต่งรูปจาก jpg จริงๆก็ไม่ได้ผิดอะไรครับ ใช้ได้เหมือนกัน แต่คุณภาพจากไฟล์ jpg นั้นจะสู้ Raw ไม่ได้เนื่องจากผ่านการบีบอัดมาแล้ว รายละเอียดเล็กน้อยๆของภาพอาจจะหายไป (ขอบอกว่าน้อยมากๆ) และไฟล์ Raw นั้นยืดหยุ่นในการแต่งภาพมากกว่า สามารถทำอะไรได้มากกว่า เช่น เปลี่ยน White Balance, profile ของรูป ส่วน jpg นั้นทำได้เหมือนกัน แต่ลำบากมากกว่าครับ

      ข้อ 2 ลองศึกษาดูว่า Photoshop และ Lightroom เวอร์ชั่นอะไร เพราะหากเป็นเวอร์ชั่นเก่าอาจจะไม่รู้จักไฟล์ Raw จากกล้อง 550D ต้องลองดาวน์โหลดตัวอัพเดตมาลงครับ

      ส่วนเรื่องถ่ายรูปติดบัตร น่าเสียดายเหมือนกัน แต่ไม่เป็นไร จริงๆการถ่ายรูปแต่งงานในต่างประเทศนั้นสามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ ผมอยู่สิงคโปร์ขนาดถ่ายแบบพาร์ทไทม์เดือนละไม่กี่วัน ยังได้เดือนละ 4-50000 บาทสบายๆ ไม่เหมือนกับเมืองไทย อุปกรณ์เรามูลค่ารวมๆกันหลายแสน ไปรับถ่ายรอบละ 3000 บาท ไม่คุ้มเลยครับ แต่ที่คุณเจนคิดก็ถูกแล้วครับ ฝึกฝนให้เก่งก่อนแล้วค่อยว่ากันครับ

  2. ขอบคุณสำหรับเทคนิคดีๆแบบนี้ครับ เป็นโปรแกรมที่มีประโยชน์มากครับ

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

Contact

นายวัชรพงษ์ แก้วสะอาด (แจ๊ค)

โทร : 087-795-1188


Subscribe