การถ่ายรูปขั้นสูง, เทคนิคการถ่ายรูป

เทคนิคการถ่ายภาพน้ำตก

น้ำตกป่าละอู

เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูฝนก็เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการไปท่องเที่ยวเพื่อเก็บภาพน้ำตก เนื่องจากจะมีน้ำเยอะทำให้น้ำตกดูสวยงามมากเป็นพิเศษ คราวนี้หากเราต้องการที่จะเก็บภาพน้ำตกให้สวยงามแบบที่เห็นตามหนังสือท่องเที่ยว ประมาณว่าเห็นสายน้ำไหลพลิ้ว นุ่มนวล ชวนฝันแล้วล่ะก็ เชิญติดตามกันเลยครับ

หลักการเบื้องต้น

สิ่งแรกที่ควรจะต้องจำไว้เสมอหากว่าเราต้องการถ่ายภาพน้ำตกให้นุ่มนวลชวนฝันนั้นก็คือ “ความเร็วชัตเตอร์ต่ำๆ” เพราะการที่ชัตเตอร์เปิดค้างนานอะไรที่เคลื่อนไหวก็จะดูเบลอๆ ในกรณีนี้คือน้ำก็จะดูนุ่มนวล ส่วนจะต่ำแค่ไหนนั้นต้องลองถ่ายภาพดู แล้วเลือกความเร็วที่น้ำดูนุ่มในระดับที่คุณพอใจ (ส่วนมากแล้วจะเป็นหลักวินาที) คราวนี้สิ่งที่ทำให้เราสามารถใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำๆได้นั้น ก็คือ “รูรับแสงแคบๆ” (เลขมากๆ) พร้อมกับ “ISO ต่ำๆ” ลองเปรียบเทียบรูปสองรูปต่อไปนี้ดูนะครับ

ถ่ายรูปน้ำตก

รูปนี้ถ่ายด้วยความเร็วชัตเตอร์ที่สูง รูรับแสงก็กว้าง ISO ก็สูง ผลที่ได้รับคือน้ำตกที่ดูแข็งกระด้าง น้ำเป็นเม็ดๆ ไม่นุ่มนวลชวนฝันเอาเสียเลย

ถ่ายรูปน้ำตก

รูปนี้ใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ รูรับแสงแคบ ISO ต่ำสุดเท่าที่กล้องผมจะทำได้ ผลที่ได้ก็คือน้ำตกที่สายน้ำดูนุ่มนวล

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการถ่ายภาพน้ำตก

อย่าลืมนะครับว่าเราต้องการใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ ดังนั้นช่วงเวลาที่เหมาะสมก็คือ ช่วงแสงน้อยๆนั่นเอง อาจจะเป็นช่วงเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้นหรือช่วงเย็นหลังพระอาทิตย์ตก (ถ้าจะถ่ายภาพในช่วงสองเวลานี้อาจจะต้องนอนกางเต็นท์รอแถวๆน้ำตก) ส่วนหากน้ำตกนั้นอยู่ในป่ามืดๆอยู่แล้วก็ไม่มีปัญหา ไปถ่ายภาพตอนไหนก็ได้ เพราะมืดตลอด แต่สำหรับเพื่อนๆหลายท่านรวมทั้งผมด้วยที่อาจจะไปถึงน้ำตกเอาสายโด่ง หรือ เที่ยงกันเลย เดี๋ยวอ่านต่อตรงช่วงอุปกรณ์เสริมครับ

อุปกรณ์เสริมที่จำเป็นในการถ่ายภาพน้ำตก

สิ่งแรกที่ต้องใช้อันเนื่องมาจากความเร็วชัตเตอร์ต่ำก็คือ “ขาตั้งกล้อง” หากคุณอยากจะได้สายน้ำนุ่มนวลแล้วล่ะก็ ขาดไม่ได้ครับ

ถ่ายรูปน้ำตก

และดังที่เกริ่นไว้ก่อนหน้า หากกรณีเราไปถึงน้ำตกตอนสายจ้าๆแล้ว บางทีตั้งทุกอย่างต่ำสุดแล้ว ความเร็วชัตเตอร์ยังเร็วไป อาจจะต้องหาฟิลเตอร์ CPL (Circular Polarizing) ซึ่งจะช่วยลดแสงลงได้ 1-2 stop แล้วแต่ความเข้ม คิดง่ายๆก็เหมือนเราใส่แว่นกันแดดให้เลนส์นั่นแหล่ะครับ เจ้าฟิลเตอร์ตัวนี้จะช่วยให้เรา สามารถลดความเร็วชัตเตอร์ลงได้ และยังสามารถตัดแสงสะท้อนในน้ำได้อีกต่างหาก อย่างภาพแรกของบทความนี้ ผมใช้ฟิลเตอร์ CPL เพื่อลดความเร็วชัตเตอร์ลง พร้อมทั้งก่อนถ่ายภาพผมจะหมุนฟิลเตอร์จนแสงสะท้อนในน้ำหายไป ทำให้เห็นปลาซึ่งผมตั้งใจให้เป็นฉากหน้าของภาพนี้ได้ครับ

ถ่ายรูปน้ำตก

ฟิลเตอร์อีกตัวที่อยากแนะนำก็คือฟิลเตอร์ GND (Graduated Neutral Density) ลักษณะจะเป็นแผ่นกระจกมีสีเทาอยู่ครึ่งแผ่น เอาไว้ใช้ปรับสมดุลย์ของแสงในภาพ เช่น ในกรณีที่บางทีเราต้องการถ่ายภาพน้ำตกโดยเก็บทั้งตัวน้ำตกและแอ่งน้ำด้านหน้า แต่กลายเป็นว่าตัวน้ำตกอยู่กลางแดด ส่วนแอ่งน้ำอยู่ใต้ร่มไม้ หากเราวัดแสงที่น้ำตก ก็จะได้แสงที่น้ำตกพอดี แต่แสงในร่มไม้จะมืดเกินไป เป็นต้น ดังนั้นหากเรามีฟิลเตอร์ตัวนี้ เราสามารถวัดแสงในร่ม แล้วหมุนส่วนสีเทาให้ไปทับตัวน้ำตก เพื่อลดแสงที่ตัวน้ำตกลง ภาพที่ได้ก็จะมีแสงที่สมดุลย์กันครับ

ถ่ายรูปน้ำตก

อุปกรณ์เสริมอย่างอื่นที่ควรมีก็คือ สเปรย์กันแมลง เพราะน้ำตกบางแห่งจะมีแมลงเยอะ อาจจะรบกวนหรือกัดต่อยคุณได้ และหากน้ำมากก็ควรมีเสื้อชูชีพหรืออุปกรณ์ช่วยชีวิตอื่นๆเผื่อไว้ด้วยนะครับ เพราะการไปน้ำตกในฤดูฝนนั้นอาจจะเสี่ยงกับน้ำป่าไหลหลากได้ เพราะฉะนั้นกันไว้ดีกว่าแก้นะครับ

ขอให้มีความสุขกับการถ่ายภาพนะครับ

แจ๊ค

แนะนำ/ติชม

comments

Powered by Facebook Comments

1 Comment to “เทคนิคการถ่ายภาพน้ำตก”

  1. ขอบคุณครับ

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

Contact

นายวัชรพงษ์ แก้วสะอาด (แจ๊ค)

โทร : 087-795-1188


Subscribe